น้ำผึ้ง อาหารแสนหวาน มีข้อควรระวังกินแล้วเสี่ยงป่วยได้!!

น้ำผึ้ง มีข้อควรระวังกินแล้วเสี่ยงป่วยได้

น้ำผึ้ง เป็นผลผลิตจากธรรมชาติที่อุดมด้วยคุณประโยชน์มากมาย จัดเป็นยาอายุวัฒนะที่ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ผิวแห้งแตกจากการปะทะลมเย็นบรรดาสาวๆ น่าจะชอบใช้กันอยู่ไม่น้อย แต่ใช่ว่าน้ำผึ้งจะเหมาะกับทุกคนเสมอไป แล้วใครบ้างล่ะที่ควรใช้และไม่ควรใช้ วันนี้หมอมีข้อมูลมาฝากกัน

น้ำผึ้ง

ภาพ : weknowyourdreams.com

ผู้ที่ไม่ควรใช้น้ำผึ้ง
1.เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เนื่องจากกระเพาะอาหารและลำไส้ของเด็กทารกยังอ่อนแอ และการขับสารพิษของตับยังทำงานได้ไม่เต็มที่ หากทารกดื่มน้ำผึ้งที่มีการปนเปื้อนสเปอร์ของเชื้อแบคทีเรียคลอสทริเดียม (Clostridium Botulinum) ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส และสามรถสร้างสารพิษโบทูลินัม (Botulinum Toxin) ในลำไส้ ซึ่งจะทำให้ทารกเกิดอาการท้องผูก อ่อนแรง หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบดื่มน้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง

ภาพ : well-beingsecrets.com

2.ผู้ป่วยเบาหวาน น้ำผึ้ง 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำตาลฟรักโทสร้อยละ 40 น้ำตาลกลูโคสร้อยละ 35 น้ำตาลมอลโทสร้อยละ 1 น้ำตาลซูโครสร้อยละ 2 โดยน้ำตาลฟรักโทสและกลูโคสที่เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำผึ้ง ล้วนเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว จึงสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เลย โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย ดังนั้นเมื่อกินน้ำผึ้งย่อมทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และหากกินปริมาณมากอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย

น้ำผึ้ง

ภาพ : stepin2mygreenworld.com

3.ผู้ที่มีอาการหวัดจากปัจจัยภายนอก น้ำผึ้งมีฤทธิ์บำรุง ช่วยให้ปอดชุ่มชื้น บรรเทาอาการไอแบบแห้งๆ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะปอดแห้ง ไม่มีเสมหะหรือเสมหะน้อยและเหนียว ผู้ป่วยหวัดที่มีอาการเช่นนี้ ดื่มน้ำผึ้งแก้ไอได้ แต่หากเป็นหวัดที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น เปียกฝน ตากแดด ตากลม แล้วอาการไม่ดีขึ้น ไม่ควรดื่มน้ำผึ้ง เพราะจะยิ่งทำให้อาการหวัดไม่หายและกลับเป็นหนักขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูล : health.haijai.com และรูปภาพ : food.ndtv.com

Sharing is caring!

bedava bahis