ประจำเดือนหลังคลอด…มาเมื่อไหร่ ถ้ามาช้าอันตรายหรือไม่ ??

ประจำเดือนหลังคลอด

โดยปกติแล้วประจำเดือนหรือรอบเดือนจะเกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก มีฮอร์โมน 2 ชนิดคือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ควบคุมการสร้างและหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งระดับฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้จะมีความสัมพันธ์กับการตกไข่จากรังไข่ ในแต่ละรอบเดือนจะมีช่วงเวลาประมาณ 26-30 วัน ทำให้ประจำเดือนเกิดขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง แต่ในขณะตั้งครรภ์นั้นจะไม่มีการตกไข่ เพราะฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเพื่อให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปตามปกติ จึงทำให้ไม่มีประจำเดือน แต่เมื่อคุณแม่คลอดแล้ว อิทธิพลของฮอร์โมนต่าง ๆ จะยังคงมีอยู่ไปอีกสักระยะหนึ่ง ทำให้ยังไม่มีการตกไข่ ประจำเดือนจึงยังไม่มานั่นเองครับ แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ เพราะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

การไม่มีประจำเดือนในช่วงหลังคลอดนั้นเป็นเรื่องปกติ คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลหรือต้องมีการดูแลอะไรมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะไม่มีอันตรายใด ๆ ปล่อยไว้เดี๋ยวก็กลับมาเองค่ะ
ส่วนลักษณะของประจำเดือนที่มานั้นจะเหมือนกับการมีประจำเดือนปกติ อาจมีอาการร่วมอย่างการปวดท้องน้อยร่วมด้วย หรือในบางกรณีอาจมีประจำเดือนมาไม่มากในช่วงแรก แล้วจะกลับมาเป็นปกติในที่สุด แต่ถ้าเลือดที่ออกมามีลักษณะกะปริดกะปรอย ออกมามาก หรือมานานกว่า 7 วัน เลือดที่ออกมาอาจไม่ใชประจำเดือนก็ได้ครับ แนะนำให้คุณแม่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป

การกลับมาของประจำเดือนหลังคลอดในครั้งแรกนั้นปกติแล้วจะต้องมีการตกไข่ก่อนใช่ไหมครับ ซึ่งการตกไข่นี้จะเกิดขึ้นได้เร็วสุดในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอดครับ และหลังจากนั้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์คุณแม่ก็จะสามารถตั้งครรภ์ใหม่ได้ในทันที การรอให้ประจำเดือนครั้งแรกมาก่อนแล้วค่อยคุมกำเนิดจึงเป็นการตัดสินใจที่ผิดและช้าเกินไป ดังนั้นถ้าต้องการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้ ควรคุมกำเนิดไว้ก่อน โดยให้คุณพ่อใช้ถุงยางอนามัยไปก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าคุณแม่จะได้รับการตรวจหลังคลอดและได้รับคำแนะนำจากคุณหมอเพื่อให้เริ่มคุมกำเนิดได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ประจำเดือนมา

สาเหตุที่ประจำเดือนหลังคลอดยังไม่มา

1.คุณแม่ให้ลูกดูดนม คุณแม่ที่ให้ลูกดูดนมอย่างสม่ำเสมอจะส่งผลให้มีฮอร์โมนโปรแล็กตินหลั่งออกมาจากต่อมใต้สมอง ทำให้ไข่ไม่ตก เมื่อไข่ไม่ตกประจำเดือนจึงไม่มา คุณแม่หลังคลอดที่ให้ลูกดูดนมอย่างสม่ำเสมอจึงอาจไม่มีประจำเดือนไปจนถึง 6-7 เดือนเลยก็ได้ครับ (แม้การให้ลูกดูดนมจะเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ได้ผลดี แต่ก็ใช่ว่าจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% ดังนั้นคุณแม่จึงควรคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ ร่วมด้วยเสมอ)

2.ฮอร์โมน ฮอร์โมนเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งของการมาหรือไม่มาของประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างการตั้งครรภ์อาจมีผลต่อการมีประจำเดือนในช่วงหลังคลอด
3.การใช้ยาบางชนิด ยาบางชนิดมีผลกระทบต่อฮอร์โมน ทำให้ประจำเดือนหลังคลอดยังไม่มา

4.การคุมกำเนิด โดยการฉีดยาคุมกำเนิดหรือฝังยาคุมกำเนิด ซึ่งการคุมกำเนิดแบบนี้จะมีผลทำให้ประจำเดือนหลังคลอดไม่มาหรือมาช้ากว่าปกติ

5.สภาวะอ้วนหรือผอมเกินไป คุณแม่บางคนที่มีร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์ย่อมมีผลทำให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงทำให้ประจำเดือนหลังคลอดมาช้า

6.คุณแม่หลังคลอดมีอาการซึมเศร้า มีความเครียดสะสม หรือมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกมากเกินไป อาจส่งผลให้ไข่ไม่ตกได้เช่นกัน จึงทำให้ประจำเดือนหลังคลอดยังไม่มา (คุณแม่หลังคลอดส่วนใหญ่จะมีอาการซึมเศร้าไม่มากนัก โดยพบได้เพียงประมาณ 10-20% เท่านั้น)

7.โรคกับประจำเดือน โรคบางอย่างมีผลต่อการมีประจำเดือนของคุณแม่ได้เช่นกันครับ เช่น โรคเกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อต่าง ๆ เพราะฮอร์โมนเป็นเรื่องของระบบต่อมไร้ท่อโดยตรง นอกจากนี้โรคเรื้อรังบางโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคไต ฯลฯ ซึ่งมีอาการค่อนข้างรุนแรงและเป็นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้ประจำเดือนไม่มาหรือมาช้ากว่าปกติได้เช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : medthai.com

Sharing is caring!

bedava bahis