ประโยชน์ของ “หอยนางรม” ที่คุณอาจไม่เคยรู้!!

หอยนางรมจัดเป็นยอดอาหารทะเลที่ควรค่าแก่การรับประทานที่สุด ตามธรรมชาติของหอยนางรม จะอาศัยด้วยการยึดเกาะสิ่งต่างๆ ในทะเล ดำรงชีวิตด้วยการดูดน้ำทะเลเข้าสู่ตัวแล้วปล่อยน้ำนั้นออกมา เพื่อรับอาหารอย่างแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ ที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ รวมทั้งก๊าซออกซิเจน

ดังนั้นหอยนางรมจึงเป็นสัตว์ทะเลที่ดูดกลืนสารอาหาร และแร่ธาตุจากทะเลเก็บไว้ในตัวอย่างมากมาย มีผลยืนยันทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า หอยนางรมมีสารประกอบสำคัญอย่าง ทอรีน (Taurine) ที่ช่วยในการปรับการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งรวมถึงการทำงานของต่อมหมวกไต ที่ทำหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนเพศชาย
นอกจากนี้ ในหอยนางรมยังมีสารอาหารอีกหนึ่งชนิดคือ ซิงก์ (Zinc) ที่จะทำหน้าที่ควบคู่กับทอรีน ในการกระตุ้นระบบประสาทและสมอง ทำให้เกิดการ ตื่นตัวอย่างดีเยี่ยม มีสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นค่อนข้างครบไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ, วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินซี, แร่เหล็ก, ทองแดง, ไอโอดีน, แมกนีเซียม, แคลเซียม, สังกะสี, แมงกานีส, ฟอสฟอรัส และคอเลสเตอรอล เรียกได้ว่ารับประทานประมาณ 4-5 ตัว ก็ได้สารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการต่อวันครบกันเลยทีเดียว ด้วยปริมาณสารอาหารมากมายขนาดนี้ ทำให้หอยนางรมมีส่วนในการช่วยบำรุงระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 บำรุงกล้ามเนื้อ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะมีวิตามินซีค่อนข้างสูง มีคุณประโยชน์ช่วยป้องกันโรคเหน็บชาบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้าได้ ซ่อมแซมเส้นประสาทและทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท
ชาวทะเลมักจะนำเปลือกหอยนางรมมาล้างทำความสะอาดและต้มรับประทาน เนื่องจากเปลือกหอยนางรมมีส่วนประกอบของวิตามิน เค และแคลเซียมที่มีส่วนช่วยในการบำรุงเลือด บำรุงกระดูก อย่างไรก็ดี คนส่วนมากมักจะเลี่ยงการรับประทานหอยนางรม หรือเก็บเป็นตัวเลือกท้ายๆ ด้วยความเชื่อที่ว่ารับประทานมากๆ จะอ้วน เพราะมีคอเลสเตอรอลสูง แต่ที่จริงแล้วหอยนางรม 1 ตัวใหญ่ ให้พลังงานแค่ 71 กิโลแคลอรีเท่านั้น ดังนั้นหากเราจะรับประทานให้พอดี ต้องไม่รับประทานหอยนางรมเกินกว่า 5 ตัวใน 1 มื้อ
นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อเรื่องความเสี่ยงต่อการรับเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่มากในหอยนางรม แต่อันที่จริงแล้วแบคทีเรียในอาหารทะเลถือเป็นเรื่องปกติ เพราะสัตว์ทะเลเกือบทุกชนิด ล้วนมีแบคทีเรียติดตัวด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่เราจะต้องรู้วิธีการล้างทำความสะอาดและปรุงอย่างถูกสุขลักษณะ ทุกครั้งและรับประทานแต่พอดีเพื่อไม่ให้มีปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายสูงเกินไป
ขอบคุณข้อมูลจาก : thaihealth.or.th

Sharing is caring!

bedava bahis