ปลาดิบ อร่อย กินเพลิน แต่แถมอะไรมาด้วย คุณรู้หรือไม่?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปลาดิบ กลายเป็นของโปรด สำหรับใครหลายคนไปแล้ว ไม่ใช่แค่สี หรือการจัดจานให้ดูน่ากินเท่านั้นนะ แต่รสชาติของมันเนี่ย ได้กินเมื่อไหร่ก็รู้สึกดี ฟินไปอีกหลายวันเลยอะ แต่พวกคุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามันปลอดภัย 100% รู้หรือเปล่าว่า นอกจากความอร่อยแล้ว ปลาดิบ ยังมีอะไรเป็นของแถมให้กับร่างกายคุณได้อีกบ้าง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาโอโทโร

 

ปลาดิบมีอยู่ 2 ชนิด คือ ปลาดิบน้ำจืด และ ปลาดิบน้ำเค็ม (ปลาดิบทะเล) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ มีเชื้อโรคที่แอบแฝงแตกต่างกัน ปลาดิบน้ำจืด อาจพบพยาธิบางชนิดแอบแฝงมา เช่น พยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ พยาธิใบไม้ลำไส้ ฯลฯ คนส่วนมากมักคิดว่า ปลาน้ำเค็มนั้นไม่มีพยาธิ แต่ความจริงแล้วอาจพบ ตัวอ่อนของพยาธิอะนิซาคิส (Anisakis simplex) ก็เป็นได้ แต่โชคดีที่การพบพยาธิในปลาน้ำเค็มนั้นพบน้อยกว่าในปลาน้ำจืดมาก แถมความรุนแรงก็ยังน้อยกว่าด้วย นอกจากนี้ปลาดิบที่นำมาประกอบอาหารญี่ปุ่นมักจะทำจากปลาน้ำเค็ม

แม้พยาธิอะนิสซาคิสในปลาดิบน้ำเค็ม จะพบได้น้อย และมีความรุนแรงไม่มาก แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจว่ามันจะปลอดภัย 100% เพราะตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ สามารถพบในตัวมากมาย เช่น ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุแรกล้วย ปลาลัง ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง เป็นต้น ซึ่งระยะตัวอ่อนที่สามารถติดต่อสู่คนได้ จะอยู่ในอวัยวะภายในช่องท้องของปลาทะเล พยาธิชนิดนี้จะใช้หนามขนาดเล็ก และใช้ปลายหางแหลมในการไชผ่านเนื้อเยื่อต่างๆ

อาการผิดปกติที่เกิดจากพยาธิอะนิซาคิส

เนื่องจากพยาธิชนิดนี้ขณะเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อสู่มนุษย์ บริเวณปากของพยาธิจะมีหนามขนาดเล็กและปลายหางแหลม ขณะเคลื่อนที่ไชในกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ของคน ทำให้เกิดแผลขนาดเล็ก และ อาจทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ส่งผลให้ผู้ที่มีพยาธิชนิดนี้ในกระเพาะอาหารและลำไส้ มีอาการ ปวดท้อง แน่นท้อง คลื่นไส้ ท้องอืด อาการมักไม่เฉพาะเจาะจงคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะอาหาร บางรายอาจมีอาการท้องเสีย หรือ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดถ้ามีแผลในกระเพาะขนาดใหญ่ อาการมักจะเริ่มเกิดหลังรับประทานอาหารที่มีพยาธิชนิดนี้ เป็นชั่วโมง หรือ เป็นวันก็ได้

การวินิจฉัย และ การรักษาโรคซึ่งเกิดจากพยาธิชนิดนี้

การวินิจฉัย และ การรักษาทำโดยการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ถ้าพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ก็ใช้กล้องคีบตัวพยาธิออก พยาธิชนิดนี้ไม่สามารถตรวจพบได้ในอุจจาระ เนื่องจากมันจะเกาะติดแน่นกับกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ และในปัจจุบันก็ยังไม่มียาที่ใช้รักษาพยาธิชนิดนี้ แต่จากการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น โดยหัวหน้าทีมวิจัย โตชิโอะ ลิยาม่า พบว่า วาซาบิ มีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิชนิดนี้ได้ แต่ขนาด และ ปริมาณการใช้ฆ่าพยาธิชนิดนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ถึงอย่างไรก็ตามการป้องกันการติดพยาธิชนิดนี้ ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ และ ดีที่สุด

กินปลาดิบอย่างไร ไม่ให้เป็นพยาธิ

ต้องแน่ใจว่า ปลาดิบที่นำมาทำอาหารนั้นเป็นปลาทะเล เพราะบางครั้งผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ นำปลาน้ำจืดหลายชนิดมาทำอาหาร ทำให้เกิดโรคพยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ หรือพยาธิใบไม้ลำไส้ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่า
ควรแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -35 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 15 ชั่วโมง หรือ ต่ำกว่า –20 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 7 วัน หรือผ่านความร้อนมากกว่า 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที ก่อนการประกอบอาหารจะทำให้พยาธิชนิดนี้ตายได้
นอกจากพยาธิบางชนิดที่พบในปลาดิบ แล้วยังพบแบคทีเรียบางชนิด และ ไวรัสตับอักเสบเอ ได้ด้วย โดยขึ้นกับสุขอนามัย และ ความสะอาดของขั้นตอนการเตรียมอาหาร ดังนั้นถ้าคิดจะรับประทานปลาดิบ ควรดูให้แน่ใจก่อนว่าขั้นตอนการประกอบอาหารสะอาดถูกหลักอนามัย เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากปลาดิบ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดเลยก็คือ ความสะอาดของวัตถุดิบ และขั้นตอนการทำ แม้คุณจะชอบทานปลาดิบมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่ควรทานบ่อยมากจนเกินไปเหมือนกันนะจ๊ะ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : health.mthai.com

Sharing is caring!

bedava bahis