สมุนไพรจีน เก๋ากี้ เพื่ออายุที่ยืนยาว

เก๋ากี่คืออะไร?

มีชื่ออีกอย่างว่า lyceum (Lycium barbarum, Lycium chinense) รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าเก๋ากี่ทิเบต ซึ่งมักจะมาในรูปน้ำคั้นหรือในรูปผลแห้ง ปลูกกันในเขตมองโกเลีย และหิมาลัย ผลไม้สีแดงชนิดนี้รสชาติไม่เปรี้ยวเหมือนแครนเบอร์รี และไม่หวานเท่าลูกเกด
ต้นเก๋ากี่มีความสูงราว 12 ฟูต มีอายุยืนได้หลายร้อยปี อยู่ได้แม้ในสภาพอากาศที่รุนแรง บางทีอาจเป็นเพราะคุณสมบัติที่ทำให้พืชชนิดนี้มีอายุยืนยาว มันจึงมีคุณสมบัติบางอย่างที่ช่วยต่อต้านความแก่ชรา

เก๋ากี่นี้มีฉายาว่า “สมุนไพรเพื่อความมีอายุยืนยาว” จัดอยู่ในวงศ์ Solanaceae ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกับพริก, มะเขือ, มะเขือเทศ และมันฝรั่ง พืชจากวงศ์นี้มีมากมายที่เป็นอาหารและยา รวมทั้งสมุนไพร ashwagandha ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียงในการบำบัดของอายุรเวท ผลแห้งมีลักษณะคล้ายกับลูกเกดสีแดงรสชาติจะออกเปรี้ยว

ประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพ
นักสมุนไพรชาวจีนแนะนำให้ใช้ผลเก๋ากี่เพื่อปกป้องตับและไต, ช่วยการไหลเวียน, และช่วยอาการต่าง เช่น วิงเวียน, เสียงลั่นในหู, ตาเบลอมองไม่ชัด แลปัญหาสายตาอื่น ๆ เก่ากี่ยังใช้เป็นยาอายุวัฒนะ, เพิ่มภูมิคุ้มกันและสมรรถภาพทางเพศ
ผลเก๋ากี่ดูจะมีประโยชน์มากกับตับ โดยช่วยปกป้องจากสารพิษต่าง การศึกษาทางวิทยาศาสตร์หลายครั้งก็แสดงให้เห็นมากมาย การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Ethnopharmacology พบว่า ผลเก๋ากี่ลดความเสียหายของตับในหนูทดลองที่ได้รับสารเคมีที่เป็นพิษลงได้ นักวิจัยคาดว่าคุณสมบัติในการป้องกันนี้อาจเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติที่เป็นสารแอนติออกซิแดนท์ที่แรง

การศึกษาเบื้องต้นในสัตว์ทดลองยังแนะว่า เก๋ากี่อาจช่วยให้น้ำตาลในเลือดสมดุล และนักวิจัยคาดว่านี่ยังอาจช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้ด้วย

ผลเก๋ากี่อุดมด้วยเบต้าแคโรทีน, วิตามินบีชนิดต่าง ๆ และวิตามินซี มีสารเบต้าซิโทสเตอรอล (beta-sitosterol) ซึ่งต่อต้านการอักเสบ และโพลีแชคคาไรด์ที่ช่วยภูมิคุ้มกัน ทำให้ผลไม้นี้ทำลายอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างมาก ที่น่าสนใจคือ สารโพลีแซคคาไรด์ในเก๋ากี่นั้นเหมือนกับที่พบในสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติเพิ่มภูมิคุ้มกันเช่นกันอย่างเช่น เอ็คไคเนเซีย, แอสทรากาลัส และเห็ดริชิ
ที่ไม่ค่อยจะเหมือนผลไม้อื่นก็คือ เก๋ากี่ยังเป็นแหล่งที่ให้กรดไขมันจำเป็นและอะมิโน แอซิด โดยมีอะมิโน แอซิด 18 ชนิด รวมทั้งมีอะมิโน แอซิด ที่จำเป็น (essential amino acids) ครบทั้งแปดชนิดอีกด้วย

คำแนะนำในการใช้
แต่เดิม เก๋ากี่ถูกนำมาใช้ทำซุป, สตูว์ ทำเป็นชาและไวน์ นอกจากนี้ก็ยังรับประทานในรูปผลไม้แห้งด้วย ปริมาณทั่วไปก็คือรับประทานในรูปผลไม้ 6 ถึง 18 กรัม ชงเป็นชาหรือรับประทานเป็นอาหารว่างก็ได้ (การนึ่งจะทำให้ผลอ่อนนุ่มขึ้น) หรือรับประทานในรูปสกัดอาหารเสริม

น้ำจากผลเก๋ากี่มีจำหน่ายในร้านอาหารสุขภาพ รสชาติค่อนข้างดี เพื่อที่จะให้ได้ประโยชน์กับระบบภูมิคุ้มและระบบฮอร์โมน ให้ดื่มวันละ 3 ถึง 4 ออนซ์ สำหรับบำรุงตับ มักจะรับประทานเก๋ากี่ร่วมกับผลไม้สมุนไพรของจีนอีกชนิดหนึ่ง นั่นคือโหงวบี่จี้ (schisandra) น้ำเก๋ากี่ใช้ได้ดีในโปรแกรมชำระล้าง
ขอบคุณข้อมูลจาก : sukkapab.com

Sharing is caring!

bedava bahis