เนื้องอกรังไข่ โรคใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรรู้ไว้

เนื้องอกรังไข่ เป็นโรคชนิดหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวผู้หญิงอย่างมาก และผู้หญิงหลายคนก็มีความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกรังไข่มากทีเดียว วันนี้เราจะพาสาวๆ ไปทำความรู้จักกันค่ะว่าเนื้องอกรังไข่คืออะไร สาเหตุ ความเสี่ยงของผู้ป่วยที่จะเป็นและอาการของเนื้องอก โดยศึกษาได้จากข้อมูลดังต่อไปนี้ค่ะ

เนื้องอกรังไข่ คืออะไร?

เนื้องอกรังไข่ (Ovarian tumor) คืออาการที่มีก้อนเนื้องอกยื่นออกมาจากรังไข่ โดยมีสาเหตุเกิดจากเซลล์รังไข่แบ่งตัวผิดปกติจนกลายมาเป็นก้อนเนื้องอกหรือเป็นถุงหุ้มที่มีน้ำอยู่ภายใน อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าทำไมจึงมีการแบ่งตัวออกมาอย่างผิดปกติ สำหรับเนื้องอกรังไข่นั้นสามารถแบ่งออกได้ 3 ชนิด ดังนี้

1.ชนิดที่เป็นถุงน้ำหรือซีสต์ (Cyst)
มีลักษณะเป็นถุง โดยมีของเหลว น้ำและเนื้อเยื่อต่างๆ บรรจุอยู่ภายใน เกิดขึ้นได้พร้อมกับการมีรอบเดือน และยังสามารถโตขึ้นหรือยุบลงได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังอาจกลายมาเป็นช็อกโกแลตซีสต์ได้ด้วยเช่นกัน

2.เนื้องอกธรรมดา (Benign)
มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อที่สามารถเกิดขึ้นได้ในรังไข่ แต่เป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาที่ไม่ร้ายแรง และไม่ใช่เนื้อร้าย

3.เนื้องอกชนิดเนื้อร้าย (Malignant) หรือมะเร็งรังไข่
หากผู้ป่วยมีเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งรังไข่ กรณีนี้ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม โอกาสในการพบเนื้องอกประเภทนี้ก็มีน้อยกว่าประเภทอื่นๆ อยู่มากคือ ประมาณเพียง 6% เท่านั้นที่เนื้องอกจะแปรสภาพกลายมาเป็นมะเร็ง

ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นเนื้องอกรังไข่

-ผู้ที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัว(ฝ่ายหญิง)เป็นมะเร็ง

-ผู้ที่มีประจำเดือนมาเร็ว หรือมีตั้งแต่อายุยังน้อย

-ผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไป หรือเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน

-ผู้ที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ เนื่องจากหญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองนั้นจะมีความเสี่ยงในการเป็นเนื้องอกรังไข่น้อยกว่า

-ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรืออ้วน เพราะความอ้วนจะส่งผลทำให้ฮอร์โมนเกิดความเปลี่ยนแปลง

-ผู้ที่ทานยาต่อต้านฮอร์โมนเพศหญิงหรือทานยาคุมกำเนิดแบบติดต่อกันเป็นเวลานาน

-ผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก

-ผู้ที่สูบบุหรี่

อาการเนื้องอกรังไข่

กรณีที่เนื้องอกรังไข่มีขนาดก้อนเล็กๆ อยู่มักจะไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา ผู้ป่วยจึงไม่รู้ตัวว่ามีเนื้องอกรังไข่ แต่เมื่อก้อนเนื้อมีขนาดที่โตขึ้นแล้ว ก็สามารถสังเกตอาการของตนเองได้ดังนี้

– ปวดท้องน้อย

– ประจำเดือนมีความผิดปกติ

– คลำพบก้อนบริเวณหน้าท้อง

– คลื่นไส้ ท้องอืด

– ปัสสาวะบ่อย เมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นจนไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ

– เมื่อก้อนกดหรือเบียดทับลำไส้ผู้ป่วยจะมีอาการท้องผูกและขับถ่ายยาก

– ท้องมีลักษณะโตหรือบวมคล้ายคนท้องป่องหรืออ้วนลงพุง ทั้งที่ไม่ใช่คนอ้วน แต่กลับสัมผัสได้ถึงความอึดอัดและแน่นท้อง

– กรณีก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่โตมากหรือมีภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า “ภาวะรังไข่บิดตัว” ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องน้อยอย่างเฉียบพลันร่วมกับมีอาการไข้ขึ้น ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญญาณรังไข่อาจแตกออกจนมีอาการตกเลือดและเกิดการติดเชื้อขึ้นได้

และสิ่งที่ผู้ป่วยสามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนอีกกรณีหนึ่งก็คือ หากก้อนเนื้อเป็นก้อนเนื้อร้ายหรือมะเร็งรังไข่ ผู้ป่วยจะมีอาการที่แสดงออกมาให้เห็นชัดเจนกว่าแค่การเป็นก้อนเนื้อธรรมดา โดยจะมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง เกิดภาวะท้องมานหรือมีน้ำอยู่ภายในช่องท้อง จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อร้ายเกิดการลุกลามต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : women.sanook.com

Sharing is caring!

bedava bahis