เรื่องน่ารู้ “ชุดครุย”สีทองของพระมหากษัตริย์

หลายคนคงคุ้นตากับชุดครุยสีทองอร่ามของพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นรัชกาลที่ 9 หรือย้อนกลับไปหลายๆ ปีที่เคยเห็นในภาพ ถ่ายกัน วันนี้เราจะมาเล่าถึงความเป็นมาและเรื่องราวของชุดครุยสีทองนี้กัน

ชุดครุยหรือฉลองพระองค์สีทองอร่ามที่ดูสง่าและสวยงามอย่างหาที่ติไม่ได้ชุดนี้มีชื่อเรียกว่า “ฉลองพระองค์บรมราชภูษิตาภรณ์” หรือฉลองพระองค์ครุยมหาจักรี โดยเป็นฉลองพระองค์พระราชวงศ์ที่มีพื้นกรองทองหรือกรองเงินปักทองลายก้านแย่งหรือพื้นสีสลับทองหรือขาวสลับทอง มีสีดำรดขอบ สำรดต้นพระกร ปลายพระกร และสำรดฉลองพระองค์ครุยนั้นพื้นกรองทอง ปักทองหรือ ใช้ทองเส้นหยาบ ขลิบลูกไม้ทอง ฉลองพระองค์ครุยพระราชวงศ์นี้มีเพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น ผิดกับครุยแบบอื่นๆ ส่วนครุยแบบอื่นๆ นอกเหนือจากฉลองพระองค์ครุยพระมหากษัตริย์แล้วยังมี ฉลองพระองค์ครุยพระราชวงศ์ ครุยพราหมณ์ ครุยขุนนาง ครุยเสนามาตย์ชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี ครุยเจ้านาค และครุยวิทยฐานะ (เช่นครุยปริญญาหรือครุยบัณฑิตที่เราใส่กันนั่นเอง) เสื้อครุยนั้นเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศสำหรับพระมหากษัตริย์ หรือพระราชทานสำหรับพระราชวงศ์ ตลอดจนขุนนางและข้าราชการ ใช้สวมใส่เมื่อเข้าร่วมในงานพระราชพิธีที่สำคัญๆ เพื่อเป็นการแสดงบรรดาศักดิ์และตำแหน่งของผู้สวมใส่ และเป็นเครื่องแบบเต็มยศที่ใช้สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ผ้าที่นิยมใช้ในการทำฉลองพระองค์ครุยสำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์มีหลายชนิด และที่สำคัญคือ “ผ้ากรองทอง” เป็นผ้าที่เกิดจากการนำเส้นลวดทองหรือไหมทองมาถักประกอบกันเป็นผืนผ้า และที่สำคัญนอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ฉลองพระองค์ ครุยพระมหากษัตริย์นี้ยังมีน้ำหนักมากถึงประมาณ 7-8 กิโลกรรมเลยทีเดียวค่ะ

ปัจจุบันการสวมเสื้อครุยในราชสำนักยังเห็นได้จากงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ในการแต่งเครื่องแบบเต็มยศใหญ่ๆ ทั้งของพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ผู้พิพากษาที่เป็นเนติบัณฑิต เมื่อขึ้นบัลลังก์พิจารณาคดีก็ให้สวมเสื้อครุยเช่นกัน รวมถึงการสวมเสื้อครุยสำหรับบัณฑิตเพื่อเป็นการแสดงวิทยฐานะทางการศึกษาสำหรับบัณฑิตที่สำเร็จการ
ศึกษาในสถาบันต่างๆ และการสวมเสื้อครุยสำหรับเจ้านาคที่จะบรรพชาอุปสมบทตามประเพณี เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : thai_historian

Sharing is caring!

bedava bahis