“ชาคริต” ถอนรากไม้เลื้อย ชีวิตนี้ทุ่มเพื่อ “น้องโพธิ์” ดีใจได้เห็นลูกโตขึ้นทุกวัน

“ชาคริต” ถอนรากไม้เลื้อย ชีวิตนี้ทุ่มเพื่อ “น้องโพธิ์” ดีใจได้เห็นลูกโตขึ้นทุกวัน

ปิดตำนานฉายาพระเอกไม้เลื้อยอย่างเป็นทางการ สำหรับนักแสดงหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม เพราะตั้งแต่มีลูกชายวัย 5 เดือนอย่าง น้องโพธิ์ และภรรยาสาว แอน ภัททิรา เข้ามาเติมเต็มในชีวิต ก็ดูเหมือนว่าอดีตหนุ่มเพลย์บอยจะกลายเป็นพ่อบ้านเต็มตัว แถมยังทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่มีบกพร่อง
โดยล่าสุดหนุ่ม ชาคริต ได้ออกมาอัปเดตถึงพัฒนาการของลูกชาย ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า ทุกวันนี้ดีใจมาก ที่ได้เห็นน้องโพธิ์โตขึ้นทุกวัน อีกทั้งตอนนี้ตนเองก็โฟกัสไปที่อนาคตมากขึ้น เพื่อวางแผนให้กับครอบครัวและลูก ส่วนทางด้านฉายา พระเอกไม้เลื้อย ในอดีตนั้น หนุ่มชาคริตได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าตอนนี้ไม่มีแล้ว
เห็นว่าเพิ่งจะยกครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศ แถมเป็นทริปแรกของน้องโพธิ์ด้วย ?
“ใช่ครับ ไปเที่ยวและก็ไปทำบุญที่หลวงพระบาง ไปแค่ 2 คืน 3 วัน ไม่ใช่ทริปยาว เพราะต้องกลับมาทำงานต่อ ซึ่งตอนที่เขาอยู่บนเครื่องบิน เขาก็ไม่งอแงเลย เรียกว่านิ่งมาก ทั้งๆ ที่ก่อนเดินทางเราเองก็เตรียมตัวกันเต็มที่ (หัวเราะ) สำหรับทริปต่อไปจริงๆ เราก็คิดไว้แล้วนะ แต่ต้องทำงานก่อนเพราะว่าละครกำลังจะเปิดกล้อง เอาไว้ถ่ายละครเสร็จสักปีหน้าก็คงจะได้ไปเที่ยวจริงจัง หรืออาจจะมีทริปพิเศษช่วงปลายปีอีกสักรอบ เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที”
กลับมารับงานละครแบบนี้ คิดหนักเลยหรือเปล่าเพราะเราเองก็หายหน้าไปนานเหมือนกัน ?
“ไม่นะ ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เพราะช่วง 6-7 เดือน ที่หยุดงานไปผมวุ่นอยู่กับการจัดการธุรกิจให้ครอบครัว และพองานตรงนั้นเสร็จก็กลับมาเริ่มรับงานในวงการบันเทิงต่อ แต่ถามว่าคิดถึงงานละครไหม ก็คิดถึงมาตลอดนะครับ เพราะผมเองก็รักศิลปะการแสดง แถมครั้งนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีด้วยที่ผมได้กลับมา อีกอย่างช่วงที่หายไปมันก็เหมือนผมได้เติมพลังให้ตัวเอง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาผมก็เคยรู้สึกหมดแรง และเหนื่อยกับงานตรงนี้ ดังนั้นพอมีโอกาสได้พักบ้างมันก็ดีเหมือนกัน ยิ่งพอมันประจวบเหมาะกับช่วงมีน้องพอดี ผมก็ได้ถือโอกาสตรงนั้นให้เวลากับครอบครัวเลย”
หากบทบาทที่เราได้รับจากนี้จะเป็นบทที่โตขึ้นตามวัย เราจะโอเคหรือเปล่า ?
“ผมโอเคอยู่แล้ว จริงๆ ก็โดนคนถามมาตลอดเหมือนกัน และตัวผมเองก็ไม่เคยยึดติดว่าผมจะต้องรับบทเป็นอะไร ผมเป็นนักแสดง อีกอย่างเราคงไม่สามารถสต๊าฟตัวเองไว้ได้ตลอดด้วย ดังนั้นถ้าบทที่เสนอมาเป็นบทที่ผมรู้สึกอินและชอบ ผมก็ยินดีตกลง”
พอกลับมารับงานเต็มที่แบบนี้ มีช่วงเวลาที่รู้สึกคิดถึงลูกบ้างหรือเปล่า ?
“คิดถึงอยู่แล้วครับ ขนาดบางครั้งแค่ผมออกมาทานข้าวกับภรรยาและให้ลูกอยู่กับแม่ยาย ผมยังคิดถึงเลย ยิ่งอันนี้มันเป็นการถ่ายละครยังไงมันก็ต้องคิดถึงกว่าเดิมอยู่แล้ว (หัวเราะ) แต่ถือว่าโชคดีที่ก่อนหน้านี้ผมมีโอกาสได้ฝึกมาก่อน เพราะช่วงแรกๆ ที่เขาเกิด ผมต้องบินไปดูงานที่เกาหลี 3 เดือน มันก็เลยเหมือนกับว่าเราได้เทรนด์ตัวเอง และอีกอย่างต้องขอบคุณเทคโนโลยีสมัยนี้ ที่ทำให้คนโลว์เทคอย่างผมเห็นคุณค่าของมันได้”
พัฒนาการของน้องโพธิ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“แข็งแรงดีครับ ตอนนี้ก็อายุประมาณ 5 เดือนแล้ว ซึ่งผมในฐานะพ่อก็รู้สึกเหมือนหลงเขาในทุกๆ วัน ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากเขา และถ้าหากผมพลาดช่วงไหนที่เขากำลังพัฒนา ผมจะไม่สามารถย้อนกลับไปได้เลยจริงๆ เพราเขาโตขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นผมกับภรรยาจึงต้องเก็บรูปและวีดีโอของเขาเอาไว้ให้มากที่สุด เพราะเขามีวัยเด็กแค่ครั้งเดียว”
เวลาที่เหลือจากการทำงานคือทุ่มให้ครอบครัวหมดเลยใช่ไหม ?
“จริงๆ ก็ทุ่มให้กับธุรกิจและครอบครัวครับ เพราะตอนนี้เรามีครอบครัวแล้ว เราต้องทำทุกอย่างไปพร้อมๆ กัน เพื่อเป็นความมั่นคงให้กับเขา ถึงแม้การแสดงจะเป็นสิ่งที่เรารัก แต่ถ้าหากวันหนึ่งเราเจ็บป่วย เราก็ต้องมีอะไรรองรับเขาด้วยเหมือนกัน”
เราคิดว่าตัวเราเองเปลี่ยนไปมากไหม ตั้งแต่มีลูกและภรรยา ?
“มันคิดไปไกลมากขึ้นครับ จากที่เมื่อก่อนคิดแค่ปีต่อปีหรือวันต่อวัน แต่ตอนนี้มันต้องมองไปไกลกว่านั้นแล้ว มองไปถึงบั้นปลายเลยว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง ทั้งการศึกษาของลูก การเรียนมหาวิทยาลัยของเขา คือมันต้องมีการจัดระบบทั้งหมด”
แบบนี้การใช้ชีวิตสังสรรค์กับเพื่อนจะหายไปด้วยเหรือปล่า ?
“เหมือนเดิมครับ บางครั้งเพื่อนก็มาที่บ้าน บางครั้งเราก็ไปที่ร้าน แต่ลูกกับภรรยาก็จะอยู่ด้วยตลอด เพราะผมไม่ได้ไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ เราแค่นั่งอยู่ในร้านอาหารและคุยกันเรื่องงานก็เท่านั้นเอง”
เรียกว่าตอนนี้ชีวิตของชาคริต ไม่มีแล้วสำหรับฉายาไม้เลื้อยและคาสโนวา ?
“ผมก็ไม่เคยมีอยู่แล้วนะ (หัวเราะ) ตอนนี้ขอเปลี่ยนดีกว่า”

เครดิตภาพ IG : shahkrit , monkeyann_9

Sharing is caring!

kaçak bahis siteleri 1xbet bedava bonus