5 อาการเตือน ที่บอกว่าคุณเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

การเกิดภาวะสมองขาดเลือด

ภาวะสมองขาดเลือดที่มีเนื้อสมองตาย มักเกิดจากการขาดเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยง โดยทั่วไปเกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดแดงในสมองหรือหลอดเลือดแดงคาโรติด (Carotid) ซึ่งเป็นหลอดเลือดแดงบริเวณคอที่นำเลือดไปเลี้ยงสมอง ภาวะสมองขาดเลือดมักเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic Stroke) หรือภาวะหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) ซึ่งเกิดจากการที่ผนังหลอดเลือดแตกทำให้มีเลือดคั่งในเนื้อสมอง ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยมักมีอาการของภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราวนำมาก่อน ลักษณะดังกล่าวมักเป็นเวลาสั้นๆ เกิดขึ้นเมื่อเลือดและออกซิเจนไหลเวียนลดลงชั่วคราว ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราวหรือเรียกว่า ‘มินิ-สโตรก’ มีอาการเกิดขึ้นตั้งแต่ 2-3 นาทีถึงเป็นชั่วโมง เป็นสัญญาณเตือนบอกถึงความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองขาดเลือดเพิ่มขึ้นในอนาคต

ดูแลตัวเองอย่างไร ไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง?
1. รักษาความดันโลหิตให้ดีและสม่ำเสมอ คนทั่วไปควรต่ำกว่า 140/90 มม.ปรอท ใน ผู้ป่วยเบาหวานหรือไตวายเรื้อรัง ให้ต่ำกว่า 130/80 มม.ปรอท

2. งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ การหยุดสูบบุหรี่ 1 ปี สามารถลดอัตราความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองลงกว่าครึ่ง

3. หากเป็นโรคเบาหวาน ควรควบคุมระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติ ระดับน้ำตาลหลังงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 8 ชม. ควรต่ำกว่า 140 มก./เดซิลิตร และน้ำตาลสะสมควรต่ำกว่า ร้อยละ 7

4. หากมีภาวะไขมันในเลือดสูง ต้องควบคุมให้ระดับไขมันที่ไม่ดีให้ต่ำลงถึงเป้าหมาย ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละราย และระดับไขมันที่ดี ผู้ชายควรสูงกว่า 40 มก./เดซิลิตร และผู้หญิงควรสูงกว่า 50 มก./เดซิลิตร

5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักตัว

6. หากเป็นโรคหัวใจหรือลิ้นหัวใจผิดปกติ โดยเฉพาะในรายที่มีการเต้นของหัวใจผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ ซึ่งอาจต้องใช้ยาป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจ

7. ให้แพทย์ตรวจดูหลอดเลือดที่คอเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในรายที่ทราบว่าเริ่มมีการตีบแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดสมอง

8. รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
-โดยลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล หรือไตรกลีเซอไรด์สูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ไข่แดง เนย ครีม เครื่องในสัตว์ น้ำมันจากสัตว์ กะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำหวาน ขนมหวาน เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
-หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารรสหวานจัด รวมทั้งทุเรียน ลำไย มะม่วงสุก ลองกอง กล้วยสุก
-ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น นมพร่องมันเนย
-ผักผลไม้ที่ไม่มีรสหวานมาก อาทิ ส้ม ฝรั่ง แคนตาลูป แอปเปิ้ล มะละกอสุก กินไข่ขาว เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน น้ำมันพืช รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ
-อาหารประเภทธัญพืช ซึ่งช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้เล็ก รวมทั้งจับกับน้ำดีและขับออกไปกับอุจจาระ ทำให้ร่างกายต้องนำคอเลสเตอรอลมาสร้างเป็นน้ำดีเพิ่มขึ้น ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดจึงลดลง ทั้งยังป้องกันภาวะท้องผูกได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มเกินไป หรือผ่านกระบวนการปรุงด้วยเกลือ เช่น อาหารหมักดอง ตากแห้ง อาหารกระป๋อง ฯลฯ

ขอบคุณข้อมูลจาก : women.thaiza.com

Sharing is caring!

bedava bahis